| Ace W.'s profileDie HarderBlogListsNetwork | Help |
|
Die Harderเพราะยังหายใจอยู่ จึงยังไม่ตาย 6/29/2009 Goodbye, Just say “Goodbye”เช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากนั่งอ่านกระทู้การจากไปของฟาราห์ ฟรอเซ็ท ผมก็แบกสังขารกลับมานอนที่หอได้แว้บนึง ก่อนเสียงนาฬิกาปลุกของเพื่อนจะดัง ไหนๆ ก้ต้องตื่นเลยเปิดทีวีดูรายการน้าตุ้ยนุ้ยสรยุทธ์ ซะหน่อย กลายเป็นว่าได้รู้ข่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้มีแค่ “ดารา” เท่านั้นที่จากไป แต่ “ราชา” คนหนึ่งได้หมดหายใจ ไปในวันเดียวกัน MJ เป็นนักร้องคนฝรั่งคนแรก ที่ผมยอมจ่ายเงินซื้อเทปเขามาฟังเป็นเรื่องเป็นราว ต้องถือว่าเป็นนักร้องที่เปิดประตูการฟังเพลงของผมให้ไปไกลกว่าเพลงคันทรี่ที่พ่อชอบ คาราบาว อัญชลี เฉลียง เพลงที่ผมติดใจสำหรับ MJ คงไม่ใช่ Thriller แต่เป็น Billy Jean ในตอนที่เขาจากไป ผมกลับไม่ได้นึกถึงเพลงของเขาเท่าไหร่ แต่นึกถึงเพลงเกาหลีเพลงนึง ที่ผมชอบมาก นั่นคือ Must Say Goodbye เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Il Mare
ผู้ชายที่สร้างความสุขด้วยเสียงร้อง และลีลาการเต้น มอบให้กับแฟนเพลงทั่วโลก แต่ชีวิตส่วนตัวกลับต้องโหยหาความเป็นอิสระจากครอบครัวและสังคมมาตลอด นี่คงเป็นโอกาสที่ดีที่จะปลดปล่อยเค้าจากความคาดหวังทั้งปวงลงแล้ว
หลับให้สบายเถอะ MJ เรื่องอื่นๆ ให้คนข้างหลังจัดการไปดีกว่า You just say “Goodbye”, that’s all. Must say good-bye - Kim Hyun ChulRelease me, I know the only way If you belong in this world Can?t we belong in this world I know we must say goodbye 5/25/2009 ปัญญาอ่อนเมื่อหลายปีก่อน มีข่าวเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมการโฆษณาบุหรี่ของอเมริกา หลังจากศาลฎีกาสหรัฐประกาศว่า “การสูบบุหรี่มีอันตรายต่อสุขภาพ” ตอนนั้นผมเองออกไปทางตลกว่า ทำไมคนอเมริกันมันเพิ่งรู้เหรอว่าสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ บ้านเราครูสอนมาตั้งแต่ประถมแล้ว พอแก่มาเลยเข้าใจว่าสังคมอเมริกันเป็นสังคมที่ต้องมีการพิสูจน์ความถูกต้องครับ กว่าศาลจะตัดสินคดี มันมีการเยื้อกันระหว่างพวกล็อบบี้ยิสต์บริษัทบุหรี่กับกลุ่มคนรักสุขภาพไปมากันอยู่หลายสิบปี จนในที่สุดศาลก็ยอมตัดสินว่า บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยหลักการนี้ ถ้าหากข้อกล่าวหาไม่มีการพิสูจน์ว่าเป็นจริง คำกล่าวหาใดๆ ก็ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นความจริงตามที่กล่าวหา เมื่อตอนได้ยินข่าวเรื่องบุหรี่เคยรู้สึกว่าสังคมอเมริกันปัญญาอ่อนจัง แต่ในวันนี้ ผมชักสงสัยแล้วว่า สังคมอเมริกัน รึบ้านเรากันแน่ที่ปัญญาอ่อน
ย้อนกลับไปอ่านข้างบน ความรู้เรื่อง “บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” พวกเราส่วนใหญ่รู้จากใครครับ ครูใช่ไหม?
พอผมมองย้อนกลับไปหลายปีที่ผ่านมา ความเชื่อในแบบคล้ายๆ กันนี้ ผ่านเข้าหัวมาหลายเรื่องตามหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน จะว่าไปสังคมไทยเป็นสังคมแบบ “เชื่อไว้ก่อนว่าจริง” ครับ เมื่อครูบอกว่าบุหรี่อันตรายต่อสุขภาพ เราไม่เคยสงสัยว่าอันตรายแบบไหน หรือสงสัยว่าครูรู้เรื่องนี้มาจากไหนด้วยซ้ำ เราก็เชื่อไปแล้ว ถ้าหากมองจากหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงที่ผ่านมา เราก็จะเห็นอะไรลักษณะนี้ เต็มหน้าหนังสือพิมพ์ไปหมด เห็นคนกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายเป็นคนชั่ว เป็นคนเลว แล้วก็มีคนเชื่อตามมากมายนับแสน ถ้าให้ย้อนกลับไปหลายสิบปีหน่อย ก็มีชุดข้อความลักษณะนี้เกิดในสังคมมาแล้วนับไม่ถ้วน เคยมีนักการเมืองประกาศออกวิทยุมีพวกแกวอยู่ในธรรมศาสตร์ ผลคือมีนักศึกษาโดนทั้งทหารและประชนชนฆ่าอย่างทารุณจนกลายเป็นแผลในประวัติศาสตร์สังคมไทยจนถึงทุกวันนี้ ในกรณีเดียวกัน เคยมีพระออกมาพูดในวิทยุว่า “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” เราก็แห่กันออกไปฆ่าคนโดยไม่เคยตั้งคำถามด้วยซ้ำว่า “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” ใช้หลักฐานอะไรมาพิสูจน์ เหมือนที่เคยมีรัฐบุรุษคนหนึ่งต้องหนีออกไปตายที่ฝรั่งเศส เพราะมีคนตะโกนในโรงหนังมืดๆ ว่า “ปรีดีย์ฆ่าในหลวง”
พอผมเอาเรื่องราวข้างบนมานั่งนึกย้อนกลับไปกลับมาอีกที ผมชักสงสัยแล้วว่า สังคมอเมริกัน รึสังคมไทยกันแน่ที่ “ปัญญาอ่อน” 4/30/2009 I am what I am (again)
เอาของเก่ามาเล่าใหม่หน่อย เพราะมันนึกถึงเรื่องนี้พอดี ผมมักบ่นเสมอเวลาเพื่อนมาบ่นว่า เป็นตัวของตัวเองไม่ได้ โดยหลักของเต๋า (หมายถึงลัทธิ ไม่ใช่อดีตสามี นัท มีเรีย) คนๆ หนึ่ง เป็นได้สามอย่าง หนึ่ง เป็นอย่างที่ตัวเองอยากเป็น หนึ่ง เป็นอย่างที่คนอื่นอยากให้เป็น และอีกหนึ่งคือ เป็นอย่างที่เราเป็น ไอ้อย่างแรก เราเป็นมันด้วยความอยากของเรา ถ้าเราเป็นไม่ได้ เราก็ทุกข์ ไอ้อย่างที่สอง มันเป็นไปด้วยความอยากของคนอื่น พอเราเป็นไม่ได้ เขาก็ทุกข์ ไอ้อย่างสุดท้าย เราเป็นไปตามที่เราเป็น ถ้าไม่ตรงกับความอยากของเรา และเขา ก็ยิ่งโคตรทุกข์
ถ้าอย่างนั้นเราจะเป็นอะไรดีหละ นั่นสิ จริงๆ เป็นอะไรไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ ตราบใดที่ยังรู้ตัวว่าเป็นอะไรอยู่ จะตามใจเรา ตามใจเขา หรือตามสภาพ ถ้าเข้าใจ รู้เช่นเห็นชาติในสิ่งที่เป็น
เราก็จะเหนื่อยกับทุกข์น้อยลง ชีวิตก็จะเบาขึ้น
ปัญหาอีกนั่นแหละ รู้ตัวกันรึเปล่าหละ 4/2/2009 “ยังไม่เหนื่อย แค่เพลีย”
เมื่อคืนเพื่อนที่เล่นเวทด้วยกันถามคำถามเก่าๆ ว่า “ทำไมถึงอยากมาเล่นเวท” จริงๆ เขาก็เคยถามมาแล้วนะ สงสัยคงลืมไปแล้ว ก็ต้องตอบไปแบบเดิมๆ ว่า “ก็ตอนนี้ไม่ต้องเอาเวลาไปให้ใคร”
ฟังเหมือนแปลกๆ นะ แต่หลายปีที่ผ่านมา ชีวิตใช้เวลากับคนอื่นมากจริงๆ เป็นเพราะตัวเองนี่แหละที่อยากทำอะไรให้คนอื่น ดูแลคนอื่น จนบางที มันลืมดูแลตัวเองมากไปหน่อย พอถึงเวลาไม่มีคนให้ดูแล ก็ต้องดูแลตัวเอง เสียบ้าง หลังจากทิ้งขว้างมันไปหลายปี
อาการแบบว่า “มีธุระก็เรียกใช้ ไม่มีอะไรก็เงียบหาย” เป็นอาการที่ผมเจอ ค่อนข้างบ่อยจากคนรอบตัวนะ
ไม่เชิงว่าน้อยใจ หรือว่าเสียใจเท่าไหร่ เข้าใจดีว่าโลกที่อยู่ทุกวันนี้ เราไม่ได้เกิดมาเป็นที่รักของคนทุกคน และเราก็ไม่ได้เกิดมาสำคัญกับคนทุกคน เมื่อช่วยเหลือกันเรียบร้อย ถึงเวลาต้องจากก็ควรจาก
แต่บางทีมันก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกัน อย่างน้อยๆ เราต่างก็เคยใช้เวลาร่วมกันมานี่นา
ปล. ใครบ่นเรื่องแฟนใหม่ของแฟนเก่า ไปบ่นกับเจ้าตัวเองสิ มาบ่นกับผมแล้วมันจะหล่อขึ้นมั้ยหละ 2/10/2009 Korea in my mind…
ในความทรงจำผม เกาหลี ไม่ว่าเหนือหรือใต้ ไม่ค่อยมีอะไรมาสะดุดในความรู้สึกมากนัก เกี่ยวกับพวกดาราก็คงมีแต่ หนูฉ่อย ชี ฮอง ที่บ้านเราเรียกจองจีฮุน นางเอก My Sassy Girl เท่านั้นเองที่ผมพอจะมองเธอแบบละเอียด พวก คิมเตอี รึคนอื่นๆ ผมก็มองแค่ผ่านๆ ยิ่งกระทู้ในพันทิพย์เคยมีคนที่ไปอยู่เกาหลีมาพูดซะเสียว่า ร้อยทั้งร้อยดาราเกาหลีไปหล่อหน้า ทำตัวใหม่ให้ดูดีกันทั้งนั้น อยากเห็นเกาหลีแท้ๆ โน่น ไปดูตามดอยบ้านเรา หน้าตาคนเกาหลี แบบปกติ หน้าตาเหมือนชาวเขาบ้านเรานั่นแหละ แหม่ เล่าซะเสียเลย ทำไปได้
ครั้นจะพูดถึงกีฬา ผมก็ไม่ใชแฟนบอลทีม สเปอร์ แมนยู โมนาโก ที่จะไปชอบนักฟุตบอลเกาหลี ในทีมเหล่านั้น ยังไงสำหรับทีมชาติ ยกเว้นทีมชาติไทย ผมก็ยังมองแต่นักเตะอาร์เจนติน่ากับ อิตาลีเท่านั้นเอง
ละครพวกซีรี่ส์เกาหลีก็ไม่ค่อยดู ตามประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นชาวฮั่น ก็ไม่เคยมองกลุ่มชน นอกด่าน เหล่านี้อยู่ในสายตาอยู่แล้ว (ฮา)
จะมีที่พอให้นึกถึงอีกบ้าง ก็คงเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ยี่ห้อซัมซวย (เพราะต้องวัดดวงว่าซื้อมาแล้ว จะซวยเจอของตก QC รึเปล่า) ที่ใช้มาแล้วสองรุ่น สองเครื่อง ล่าสุดก็คือไอ้ที่ใช้อยู่ปัจจุบัน รุ่น L700 น้องแพนเค้กหน้าบานสุดถึกนี่แหละ
แล้ววันนี้อีกประมาณสิบชั่วโมงข้างหน้าก็ต้องเอามันไปเกาหลีด้วย เพราะดันไม่มีกล้อง เลยต้องใช้มัน ต่างกล้องแก้ขัดในทริปนี้ไปก่อน
จุดมุ่งหมายของทริปครั้งนี้คือการไปซื้อเครื่องสำอาง เอ๊ยไม่ใช่ ไปทัศนศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบ และเทคโนโลยี ในศูนย์ของบริษัทชั้นนำเกาหลีอย่าง ซํมซุง กับ LG
บวกกับเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวของเกาหลีที่มีอยู่หรอมแหรม ให้พอไม่อายใครว่า “ไปถึงเกาหลี” ซักนิด
งวดนี้เป็นครั้งที่สองที่ต้องออกจากประเทศไทยแบบข้ามวัน หลังจากไปลาวมาสมัยทำงานอยู่ที่อุดร สาเหตุที่ต้องไปทริปนี้ ก็เพราะเซ็งกับทริปปีที่แล้วที่จัดไปงานที่ฮ่องกงแล้วดูไม่น่าปลื้มอย่างแรง ข้อดีข้อเดียวที่คนไปทริปที่แล้วบอกมาก็คือได้ช้อปปิ้งกันมันมาก
แต่มีเพื่อนอีกคนที่หาข้อดีในทริปฮ่องกงเจอเพิ่มอีกเรื่องคือ โรงแรมที่พัก ใกล้ Sex shop มาก มันเลยได้ของเล่นเอาไปแจกเพื่อนๆ ได้อื้อเลย ไม่รู้ที่เกาหลีจะมีแบบนั้นมั่งมั้ยเนี่ย 555… |
|||||
|
|